ห่างหายจากการอัพไปเนิ่นนานแสนนาน แวบเข้าไปดูที่สถิติ ก็ยังพอมีคนแวะเวียนเข้ามาอยู่เหอะๆ

วันนี้พอมีเวลาเลยเข้ามาอัพสักหน่อย พร้อมกับเอา นิยายเรื่องต่อไปมาลงซะเลย

ลิขิตรัก ชื่อนี้นึกอยู่นาน ว่าจะเอาแบบไหนให้เข้ากับ theme ของเรื่อง สุดท้ายก็มาลงเอยที่ชื่อนี้

หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นนิยายอีกเรื่องที่สะท้อนความรู้สึกรักในหลากหลายอารมณ์ สำหรับคนที่เคยชื่นชอบผลงานความรักน่ารัก ๆ  ของศรุดา เล่มแรกมาแล้วนะคะ

edit @ 31 Oct 2009 19:26:42 by Saruda

.......ทำไม ทำไม จู๋ถึงดำอะ?

              ว๊าย ว๊าย ว๊าย อนิกถามอะไรมาเนี่ยยยย  คิกคิก ...

 

             โอย...ในที่สุดก็ได้กลับมาอัพบล๊อกซักทีหลังจากห่างหายและลาร้างงงไปซะนาน  ที่จริงวันนี้ควรจะได้อัพตั้งแต่เช้าแล้วเชียว ถ้าบังเอิญศรุดาไม่เกิดกิเลlหนาอยากไปเดินซื้อของที่งานสหพัฒน์ @ ศูนย์ศิริกิตติ์ซะก่อน เพิ่งจะรู้ว่าคนไทยอดอยากของถูกมาก วันทำงานแท้ๆ แต่คนก็ยังเยอะอย่างมากมาย อะไรที่อยากดู คนก็มุง ๆ ซะไม่สามารถแทรกกายาเข้าไปดูได้เลย พอเข้าไปดูได้ก็โอ๊ย...รื้อของในกระบะดูไม่เป็นอะ ไม่รู้จะเลือกยังไง สุดท้ายศรุดาได้ลิปกลอส kma กับบีบีมิสทีน มาอย่างละอันด้วยความที่ไม่รู้จะซื้ออะไร  ฮือ ฮือ ..บ้านอยู่ตั้งนครปฐม ไม่น่าดั้นด้นไปเล้ย..

 

อะ..คราวนี้มาเข้าเรื่องจู๋กันสักที  (เป็นเรื่องจากที่ทำงานศรุดาอีกแล้ว)

  ตอนบ่ายวันเสาร์ของสัปดาห์หนึ่งในเดือนมิถุนา เด็กชายอนิก อายุ 4 ขวบเพิ่งฝึกกับ SI กับครูนักกิจกรรมบำบัดที่เป็นผู้ชายเสร็จ ครูจึงพาน้องอนิกไปเข้าห้องน้ำเด็กซึ่งอยู่ข้าง ๆ ห้อง SI เพื่อรอคุณแม่มารับ (ห้องน้ำเด็กถูกทำเป็นชักโครกมีที่กั้นในลักษณะกลางแจ้ง แต่มีหลังคาผ้าใบสีฟ้าสดใสเป็นหลังคา) และตอนนั้นเองครูกิ๊บ(ศรุดาเองค่ะ)บังเอิญอยากได้ของเล่นในห้อง SI ขึ้นมา จึงเจอกับเด็กชายอนิกที่กำลังยืนฉี่และครูผู้ชายยืนรออยู่พอดี

อนิก : ทำไม ทำไม จู๋ถึงดำอะ

ปากย้วย ๆ ระหว่างแก้มห้อย ๆ ของเด็กชายเอ่ยถาม ขณะที่ตัวเองก็ยืนปฏิบัติภารกิจอยู่ และศรุดา เดินผ่านไปพอดี

ครูผู้ชาย : เออ ไม่ต้องถาม เดี๋ยวโตขึ้นก็รู้เอง

อนิก : ที่ ที่ ที่จู๋ดำ เพราะมันมีเชื้อโรค..... ครืด...โครก

เสียงบอกตะกุกตะกัก อย่างจริงจังของเด็กชายบอกทิ้งท้ายพร้อมกับเสียงกดชักโครกดัง

ส่วนครูกิ๊บยืนเปิดประตูห้อง SI ค้างพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่น 55555 สงสัยวันจันทร์ตอนฝึกฟลอร์ทามต้อง  ถามอนิกอีกทีซะแล้ว  ทำไม ทำไม จู๋ถึงดำ อะ ????? 

 

 

 

edit @ 26 Jun 2009 19:24:02 by Saruda

ไข่ตุ๋นกินได้หรอ ??

posted on 29 May 2009 18:00 by saruda

 เคยกินไข่ตุ๋นกันมั้ย?
 
      จำได้มั้ยว่าตัวเองรู้จักไข่ตุ๋นครั้งแรกตอนไหน ?

          และเคยกินมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?
   
             ครั้งแรกที่มีคนพูดชื่อนี้ให้ได้ยินรู้ใช่มั้ยว่ามันคืออาหาร ที่มีไข่เป็นวัตถุดิบ

                ไข่ตุ๋นอาหารที่ใคร ๆ ก็รู้จักแล้วทำไมอนิก ไม่รู้จักล่ะ ?

       น้องอนิกเป็นเด็กชายวัย สี่ ขวบที่มีพัฒนาการทางภาษาค่อนข้างช้า
 และยังไม่สามารถใช้หรือเข้าใจภาษาได้ดีเท่าเด็กวัยเดียวกัน
กลางสัปดาห์ของเดือนมีนาคมขณะที่ครูเเละเด็กๆ กำลังพักผ่อนอิริยาบทกันหลังทำกิจกรรมค่ายเสร็จ
ครูได้หยิบคู่มืออาหารเด็กมาเปิดดูเมนู เพื่อที่จะทำในวันต่อไป

ครู : อนิก พรุ่งนี้เราทำไข่ตุ๋นกินกันดีมั้ย ?
   (เด็กชายมองหน้าครูแล้วทำหน้าเหยเกประหลาดก่อนจะถามว่า)
ด.ช.อนิก : ไข่ตุ๋นกินได้ด้วยหรอ
   (ครูที่ถามมองหน้าครูอีกคน งง ว่าทำไมน้องถึงทำหน้าอย่างนั้น ก่อนจะหันไปตอบ ด.ช.อนิกว่า)
ครู : อ้าว ไข่ตุ๋นก็กินได้ซี่
   (เด็กชายทำหน้าปุเลี่ยน มองครูไป มา ตาเล็ก ๆ เเก้มห้อย ๆ ปาก ย้วย ๆ มันยู่ยี่ประหลาดจนครูอดขำเอ็นดูไม่ได้  พากันคิดไปเองว่าสงสัยอนิกจะไม่รู้จักไข่ตุ๋น)
    เย็นวันนั้นเมื่อคุณแม่น้องอนิกมารับ ครูจึงเล่าให้ฟังว่าวันนี้ทำกิจกรรมอะไรไปบ้าง
และบอกว่าพรุ่งนี้จะทำเมนูไข่ตุ๋นให้เด็ก ๆ กิน คุณแม่ยิ้มรับรู้อย่างร่าเริงก่อนจะอุทานว่า
"อุ๊ยไข่ตุ๋น เหมือนชื่อหมาที่บ้านเลย" คุณครูจึงร้องอ้อ หายสงสัยว่าทำไมอนิกถึงทำหน้าอย่างนั้น
ตอนที่ครูชวนกินไข่ตุ๋น ที่แท้เด็กชายนึกว่าครูชวนกินหมานี่เอง แหมมมม
เด็กมันคงนึกว่า ครูชวนแหลกหมาซะเเล้ว

  ..ไข่ตุ๋นกินได้ด้วยหรอ ?? ..

edit @ 29 May 2009 18:36:04 by Saruda